ปลากระโทงร่ม (sailfish) เป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำได้เร็วที่สุดในมหาสมุทร
ลำตัวของมันมีสีฟ้าและเทา
มันชอบกระโดดมากกว่าว่ายน้ำ
มันว่ายน้ำได้เร็วถึง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พฤติกรรม ลักษณะ ความมหัศจรรย์และสาระน่ารู้ของสัตว์นานาชนิด
วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556
ปลากระโทงร่มว่ายน้ำเร็วมาก
สัตว์ที่ว่ายน้ำได้เร็วที่สุดในมหาสมุทร
เนื่องจากเป็นปลาที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรงมาก
ข้อต่อของกระดูกและครีบต่าง ๆ ช่วยในการเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี
มีการอพยพย้ายถิ่นไปตามกระแสน้ำ พบได้ในมหาสมุทรแอตแลนติก ชายฝั่งคอสตาริกา ฯลฯ
ในน่านน้ำไทยพบได้ทั้งชายฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน
วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556
ฟันของกระต่ายยาว
ฟันของกระต่ายยาวตลอดชีวิตจริงหรือ
ถ้าฟันยาวจะทำให้มันไม่สามารถกัดหรือเคี้ยวอาหารได้และตายในที่สุด
หากเป็นกระต่ายที่เลี้ยงไว้ฟันยาวจำเป็นต้องพาไปพบหมอกระต่ายหรือสัตวแพทย์เพื่อตัดฟันออก
วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556
จิ้งจกเดินบนกำแพงได้ไง
จิ้งจกเดินบนกำแพงได้อย่างไร
จิ้งจกสามารถเดินบนกำแพงหรือเพดานได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
เพราะเท้าของมันมีลักษณะเป็นตะขอ หรือมีอุ้งเท้าภายใต้อุ้งเท้าเป็นสุญญากาศ (ไม่มีอากาศอยู่เลย)
เกล็ดที่ฝ่าเท้าของพวกมันเรียงติดกันเป็นรูปพัด ทำให้ยึดเกาะกำแพงได้ดี
และยังเต็มไปด้วยขนอ่อนเส้นเล็ก ๆ เป็นรูปตะขอกลับ ทำให้จิ้งจกเกาะบนเพดานได้ดียิ่งขึ้น
วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ทำไมนกเค้าแมวหากินตอนกลางคืน
ทำไมนกเค้าแมวต้องหากินเวลากลางคืน
นกเค้าแมว (นกฮูก)
ไม่ได้ออกหากินในเวลากลางวัน
สาเหตุที่มันเปลี่ยนเวลาออกหากินตอนกลางคืนก็เพราะแสงตอนกลางวันจ้าเกินกว่าที่ดวงตาของมันจะรับได้ อีกทั้งนกเค้าแมวเป็นนกที่ไม่อาจสู้กับนกล่าเหยื่อในเวลากลางวัน อย่างเหยี่ยว หรือนกอินทรีได้ และบางครั้งยังถูกนกที่มีขนาดเล็กกว่าอย่างนกเอี้ยง หรือนกกิ้งโครงไล่จิกตีอีกต่างหาก ทำให้ต้องออกหากินในเวลากลางคืนแทน
นกเค้าแมวจึงมีดวงตาที่ใหญ่โตและรูม่านตาที่เปิดกว้าง
เพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในยามค่ำคืน
นอกจากนี้ หูของนกเค้าแมวมีความไวมากเป็นพิเศษสำหรับการฟังเสียงในเวลากลางคืนและหาเหยื่อ มีขนปีกอ่อนนุ่ม บินได้เงียบเพื่อไม่ให้เหยื่อรู้ตัว
วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556
สัตว์แกล้งตาย
มีสัตว์แกล้งตายอยู่ด้วยหรือ
คำตอบ คือ มี เช่น โอพอสซัม เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม คล้ายหนู มีถุงหน้าท้องเหมือนจิงโจ้ จะแกล้งตายเมื่อถูกหมาป่าไล่ล่าโดยทำเป็นล้มลง หงายท้อง อ้าปาก ตกเบิกโพลง น้ำลายไหลยืด ลิ้นกระดก สร้างกลิ่นเหม็นจากทวารหนัก และ แกล้งตายได้นานจนกว่าศัตรูจะจากไป
โอพอสซัม มักจะใช้ชีวิตอยู่ตัวเดียวและมีนิสัยเร่ร่อน จะอยู่ในพื้นที่ใดก็ตามที่สามารถหาอาหารและน้ำได้ง่าย จากนั้นก็จะย้ายถิ่นฐาน
บางชนิดจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มซึ่งจะอาศัยอยู่ในโพรงที่ขุดขึ้น หรือ แม้กระทั่งใต้พื้นบ้าน แต่อย่างไรก็ตามหลุมที่ขุดก็ไม่ได้มีความซับซ้อนมาก เนื่องจากโอพอสซัมเป็นสัตว์ที่ออกหากินในเวลากลางคืน พวกมันจึงชอบที่มืดซึ่งจะซ่อนมันให้ปลอดภัย โดยพื้นที่เหล่านั้นอาจสูงหรือต่ำกว่าพื้นดินปกติ
คำตอบ คือ มี เช่น โอพอสซัม เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม คล้ายหนู มีถุงหน้าท้องเหมือนจิงโจ้ จะแกล้งตายเมื่อถูกหมาป่าไล่ล่าโดยทำเป็นล้มลง หงายท้อง อ้าปาก ตกเบิกโพลง น้ำลายไหลยืด ลิ้นกระดก สร้างกลิ่นเหม็นจากทวารหนัก และ แกล้งตายได้นานจนกว่าศัตรูจะจากไป
โอพอสซัม มักจะใช้ชีวิตอยู่ตัวเดียวและมีนิสัยเร่ร่อน จะอยู่ในพื้นที่ใดก็ตามที่สามารถหาอาหารและน้ำได้ง่าย จากนั้นก็จะย้ายถิ่นฐาน
บางชนิดจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มซึ่งจะอาศัยอยู่ในโพรงที่ขุดขึ้น หรือ แม้กระทั่งใต้พื้นบ้าน แต่อย่างไรก็ตามหลุมที่ขุดก็ไม่ได้มีความซับซ้อนมาก เนื่องจากโอพอสซัมเป็นสัตว์ที่ออกหากินในเวลากลางคืน พวกมันจึงชอบที่มืดซึ่งจะซ่อนมันให้ปลอดภัย โดยพื้นที่เหล่านั้นอาจสูงหรือต่ำกว่าพื้นดินปกติ
วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
รังผึ้ง
ความไม่ธรรมดาของรัีงผึ้ง
รังผึ้งเกิดจากการสร้างสรรค์อย่างเป็นระเบียบแ์ละมีหลักเกณฑ์ประกอบด้วยรูปหกเหลี่ยมด้านเท่า
ในศตวรรษที่ 18 นักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงชาวฝรั่งเศสเคยคำนวณอย่างละเอียดและได้ข้อสรุปว่า ไม่ว่าจะเป็นผึ้งชนิดไหน ไม่ว่ารังจะมีขนาดเท่าใด รูปหกเหลี่ยมในช่องของรังผึ้งจะทำมุมป้าน 109 องศา 28 ลิปดา ทำมุมแหลม 70 องศา 32 ลิปดาเสมอ
นักคณิตศาสตร์เคยพิสูจน์ว่าการสร้างรูปทรงแบบนี้ จะทำให้ได้รูปทรงที่มีความจุมากที่สุด นั่นคือ ผึ้งจะสามารถเก็บน้ำผึ้งได้มากที่สุด
รังผึ้งเกิดจากการสร้างสรรค์อย่างเป็นระเบียบแ์ละมีหลักเกณฑ์ประกอบด้วยรูปหกเหลี่ยมด้านเท่า
ในศตวรรษที่ 18 นักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงชาวฝรั่งเศสเคยคำนวณอย่างละเอียดและได้ข้อสรุปว่า ไม่ว่าจะเป็นผึ้งชนิดไหน ไม่ว่ารังจะมีขนาดเท่าใด รูปหกเหลี่ยมในช่องของรังผึ้งจะทำมุมป้าน 109 องศา 28 ลิปดา ทำมุมแหลม 70 องศา 32 ลิปดาเสมอ
นักคณิตศาสตร์เคยพิสูจน์ว่าการสร้างรูปทรงแบบนี้ จะทำให้ได้รูปทรงที่มีความจุมากที่สุด นั่นคือ ผึ้งจะสามารถเก็บน้ำผึ้งได้มากที่สุด
วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
นกกินหิน
นกกินหินก้อนเล็ก ๆ เพื่ออะไร
นกมักจะกินข้าว ข้าวสาลี และข้าวเปลือกเป็นอาหาร การที่มันไม่มีฟัน และการที่นกไม่มีฟันในการช่วยบดเคี้ยวอาหาร ทำให้พวกมันต้องกลืนเข้าไปอย่างเดียวเท่านั้น กระเพาะจึงรับภาระหนัก ดังนั้นมันจำเป็นต้องกลืนหินก้อนเล็ก ๆ ลงไปช่วยบดอาหาร และลดภาระการย่อยอาหารของกระเพาะ
นกมักจะกินข้าว ข้าวสาลี และข้าวเปลือกเป็นอาหาร การที่มันไม่มีฟัน และการที่นกไม่มีฟันในการช่วยบดเคี้ยวอาหาร ทำให้พวกมันต้องกลืนเข้าไปอย่างเดียวเท่านั้น กระเพาะจึงรับภาระหนัก ดังนั้นมันจำเป็นต้องกลืนหินก้อนเล็ก ๆ ลงไปช่วยบดอาหาร และลดภาระการย่อยอาหารของกระเพาะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)














